StoryBoard

Illextis&Aurora :: รักหวานๆของเจ้าหญิงตัวน้อย

ณ ดินแดนแห่งเทพนิยายอันกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา มีทั้งกษัตรย์ จอมขมังเวชน์ มหาปราช หรือแม้กระทั้งนักรบ มีสัตว์ในเทพนิยายรูปร่างแปลกตา ดั่งเช่น มังกร หรือนกฟีนิก ดินแดนแห่งความฝันนี้มีชื่อว่า แอลเลสเทีย
ณ ดินแดนแอลเลสเทียแห่งนี้ประกอบไปด้วย เมืองหลัก คือ โฮมอส เปรียบเสมือนเสาหลักแห่งแอลเลสเทีย เป็นเมืองที่ค้ำจุนแผ่นดินศักสิกด์ ผืนนี้และห้อมล้อมไปด้วย เมืองบริวารอีกแปด เมือง อันได้แก่

เมลิรินเมืองแห่งสายน้ำและจอมขมังเวชน์
เฟเลนเมืองแห่ง อัดคีและนักรบ
วินดัสเมืองแห่งวายุและนักปราช
เอิร์ทตี้เมืองแห่งพื้นดินและการค้า
ธันด้าเมืองแห่งอัศศนีและความยุติธรรม
มิวสิก้าเมืองแห่งเสียงเพลงและสิ่งบันเทิง
ฟอเรสเทียเมืองแห่งมวลพฤษาและการเกษตร
และ อิลลูลเมืองแห่งมายาและสิ่งลี้ลับ


โฮมอสแห่งนี้จึงได้ชื่อว่าเป็นมือแห่ง กษัตรย์ผู้ยิ่งใหญ่ และ ขุนนางเอกทั้งหลาย เพราะฉะนั้น กษัตรย์แห่งเมืองนี้จึงได้ชื่อว่า มหากษัตรย์ แห่งกษัตรย์ ทั้งปวง

คิง อีลิก ฮอกเฟร์ เดอะคิง ออฟโฮมอส เป็น ราชา ที่ได้รับขนาดนามว่า คิง แห่งความยุติธรรมในราชสมัยของท่านประชาชนทุกคนล้วนอยู่อย่างมีความสุข และยิ้มด้วยรอยยิ้มจากก้นบึ้งของหัวใจ เมื่อกษัตรย์ของตน ตั้งมั่นอยู่ใน ทศพิศราชธรรม คิง อีลิก จึงเป็นที่รักของใคร่ของประชาชนแห่ง โฮมอส และแน่นอน รวมถึงทั่วทั้ง แอลเลสเทียด้วย


เจ้าชาย อลันเนส ฮอกเฟร์ เดอะ พริ้น ออฟ โฮมอส มงกุฎราชกุมาร ของคิง อีลิก ก็เป็นที่รักใคร่ของประชาชน จะด้วยพระปรีชาสามารถ ในทุกศาสตร์ หรือด้วยใบหน้าอันหล่อเหลาแม้อายุเพียง 9 พรรษา ก็เป็นที่ประจักสายตาทุกผู้ว่า เจ้าชายอลันเนสเหมาะสมที่จะเป็น มงกุฎราชกุมาร พร้อมจะขึ้น ราชบรรลัง ครองโฮมอสต่อไป เมื่อใกล้ถึงวันพระราชสมภพครบ 9 พรรษาของเจ้าชายคนสำคัญ การ์ดเชิญ ก็ถูกแจกจ่ายไปทั่ว สารทิศ รวมทั้งไปถึงมือของ สี่มหาเวช แห่งแอลเลสเทีย

สี่มหาเวชแห่งแอลเลสเทีย คือ นักเวชที่เก่งกาจที่สุดสี่คนแห่ง แอลเลสเทียจากเมืองต่างๆ ได้รับแต่งตั้งตำแหน่งนี้โดยตรงจาก คิง อีลิก ฮอกเฟร์ เพราะฉะนั้นเมื่อถึงวันพระราชสมภพของเจ้าชายคนสำคัญ ก็จำเป็นจะต้องไปเพื่อนเจริญสัมพันทไมตรี กับเมือง โฮมอส

ณ พระราชวัง อันโอ่อ่าอลังการของ ราชวงศ์ ฮอกเฟร์ทุกชีวิตในวังล้วนวุ่นวายกับการจัดเตรียมงานพระราชสมภพให้กับเจ้าชาย ทำให้พระราชวังที่เคยดูเงียบเงาบัดนี้ ดูมีชีวิตชีวามากขึ้น ครั้นผู้มาเยือนคณะแรกมาถึงบ่าวรับใช้ก็จัดการต้อนรับอย่างอบอุ่นและสมเกียต เพราะผู้มาเยือนคณะนี้มีเพียงสองคนเท่านั้น แต่ก็เป็นสองคนที่สำคัญ หนึ่งในนั้นคือ อิลลู ราอูล เดอะ เกรท วิซาร์ด ออฟ เมลิริน หนึ่งในสี่มหาเวชแห่งแอลเลสเทีย หรือ จะเรียกว่าผู้ที่เก่งกาจที่สุดใน จอมเวชทั้งสี่ก็ว่าได้ บุรุษร่างสูงก้าวเข้ามาในวังพร้อมกับเด็กชาย เจ้าของเรือนผมสีเทา อิลเล็กทีส ราอูล เดอะ วิซาร์ด ออฟ เมลิริน หรือบุตรชายเพียงคนเดียวของจอมเวชผู้นี้


อิลเล็กทีส ราอูล เดอะ วิซาร์ด ออฟ เมลิริน เด็กชายที่โดนขนามนามว่า เด็กชายผู้ไม่เคยยิ้มถึงแม้ใบหน้านั้นจะดูน่ารักน่าเอ็นดูเมื่อผู้อื่นได้เห็น แต่เด็กชายก็ไม่เคยแสดงอารมอะไรออกมาจากสีหน้าเลยแม่แต่น้อย ผิดกับเด็กคนอื่นที่มักจะวิ่งเล่นกับเพื่อนด้วยรอยยิ้ม อิลเล็กทีส ราอูล จึงไม่เคยมีเพื่อนเล่นซักคน

ร่างของคนเป็นพ่อรีบตรงเข้าไปหาหญิงสาวนางนึงผมสีเพลิงตัดกับสีผมของเขาที่เป็นสีน้ำเงินดุจท้องฟ้ายามค่ำคืนที่เงียบสงบ
หว้าลูกชายของท่าน เฟรย่า เจอิล เดอะ วิชท์ ออฟ เฟเลนไม่มาหรอกรึ

เสียงดังมาจาก คนที่ได้ชื่อว่า ผู้เก่งกาจที่สุดในสี่จอมเวชแห่งแอลเลสเทีย อิลลู ราอูล ก่อนจะเบือนหน้ามาหาเจ้าลูกชายวัยห้าขวบ ซึ้งตอนนี้กำลังประหม่ากับพระราชวังอันโออ่า ร่างสูงย่อตัวเพื่อจะได้ทสนทณากับบุตรชายได้ถนัด

พ่อเคยได้ยินว่าหลังประราชวังนี้มีทุ่งดอกไม้ ที่งามมากอยู่ลูกลองไปเล่นระหว่างพ่อประชุมกับ จอมเวชอื่นๆดีมั้ย พ่อรู้ว่าเจ้าไม่ชอบ อีกอย่างเจ้าจะได้ศึกษาสมุนไพรเวทมนต์เพิ่มเติมด้วย

เด็กชายรับคำของผู้เป็นบิดาอย่างเข้าใจในธุระของบิดา ร่างสูงจึงยืนขึ้นแล้วเดินไปพร้อมกับ คฑา คู่ใจ เด็กชายมองตามหลังผู้เป็นบิดาด้วยความภาคภูมิยิ่งนัก และหวังว่าซักวันจะได้เป็นอย่างงั้น เพราะตอนนี้ เขาเป็นเพียง พ่อมดฝึกหัดเท่านั้น


ร่างจ้อยสาวเท้าเล็กๆไป ทั่วราชวังอันกว้างขวาง จะเพราะด้วยสิ่งสวยงามและแปลกตาทำให้เด็กชายตัวเล็ก หลงทางอยู่ในวังเป็นเวลานานกว่าจะผ่ามาถึงทุ่งหลังวังที่ผู้เป็นพ่อกล่าวถึงได้ เมื่อมาถึงทุ่งที่หมายเด็กชายรีบวิ่งไปใต้ต้นพฤษาใหญ่ อย่างเหนื่อยหล้า

ใบหญ้าพลิ้วไหวไปตามสายลมอ่อน กลิ่นเกสรดอกไม้ฟุ้งไปทั่วบริเวณ บวกกับสภาพอากาศอันบางเบาชวนให้เคลิ้มหลับยามอยู่ใต้ต้นพฤษาใหญ่เช่นนี้ ไม่ช้า เด็กชายก็ล้มตัวลงนอนโดยอาศัยเงาไม้อันร่มรื่นเป็นที่กำบังแสงแดด ไม่นาน อิลเล็กทิสก็หลี่เปลือกตาลงอย่างเหนือยอ่อนเพื่อพักผ่อนจากการหลงทางในราชวังอันอลังการของราชวงศ์ ฮอกเฟร์

ซวบ

เสียงนึงดังขึ้น แสดงถึงการมายืนของอีกหนึ่งชีวิต

หอมจัง

เสียงที่เอ่ยนั้นเบาราวกับต้องการจะพูดกับตัวเอง สะกิดให้เด็กชายเริ่มตื่นจางห้วงนิทรา เพียงแต่เพราะความงั่วเงียจึงไม่ลืมเปลือกตาขึ้นและฟังเสียงนั่นไม่ถนัด

อ๊ะ มีคนอยู่ตรงนี้ด้วย มาเล่นกัน นะนะ ๆ

เสียงนิรนามเอ่ยขึ้นอีกครั้ง แต่เป็นเสียงที่หวานไพเราะราวกับนางฟ้ามาเอ่ยก็ไม่ปาน สร้างความฉงนให้เด็กชายยิ่งนัก

ตื่นเถอะมาเล่นกัน!

คล่าวนี้เสียงหวานไม่กล่าวเฉยๆยังเขย่าตัวเขาอย่างถือสิด ในที่สุดเด็กชายจำต้องลืมตาขึ้น เผยให้เห็นนัยน์ตาสี ฟ้าคู่งาม แววดุถูกส่งให้คนตรงหน้าทันที

ภาพที่เด็กชายเห็นคือเด็กญ อายุรุ่นราวคราวเดียวกับเขา นัยน์ตาสีทับทิมกำลังจ้องเขาด้วยแววตาทอประกายไร้เดียงสา ช่างเข้ากับเรือนผมสีชมพูอ่อนดุจไหมแพรพริ้วยามต้องสายลม ก่อนที่จะคลี่รอยยิ้มที่กระตุกหัวใจของ เจ้าของนามว่า อิลเล็กทีส

อิลเล็กทีส นิ่งเงียบจ้องเข้าไปในตาสีทับทิบของเด็กหญิง ทั้นที!




edit @ 2006/08/24 00:37:27

Illextis&Aurora :: รักหวานๆของเจ้าหญิงตัวน้อย

ภาพที่เด็กชายเห็นคือเด็กญ อายุรุ่นราวคราวเดียวกับเขา นัยน์ตาสีทับทิมกำลังจ้องเขาด้วยแววตาทอประกายไร้เดียงสา ช่างเข้ากับเรือนผมสีชมพูอ่อนดุจไหมแพรพริ้วยามต้องสายลม ก่อนที่จะคลี่รอยยิ้มที่กระตุกหัวใจของ เจ้าของนามว่า อิลเล็กทีส

เรามาเล่นกันเถอะ

เสียงหวานเอ่ย

เธอเป็นใคร?

เด็กชายถามกลับทันควันตามนิสัยอันเย็นชาของเขาส่งผลให้เด็กญตรงหน้านิ่เงียบหุบนัยน์ตาคู่สวยลงทันที

ฉันถามว่าเธอเป็นใคร

คำกระเซ้าถูกส่งมาอีกแต่คลาวนี้ทำให้เด็กสาวเงยหน้าขึ้นมามองพร้อมยิ้มกลับอย่างมีเลสนัยเมื่อคิดแผนการร้ายออกได้

ฉันคือนางไม้
หา! ความฉงนถูกส่งไปให้เด็กชายทันที

มาเล่นกันเถอะ นะๆ นะๆ
ฉันไม่เล่นกับคนแปลกหน้า
งั้นเธอชื่ออะไร
หา.

คนถูกถามยิ่ง งงหนักเมื่อคนถามไม่มีท่าทียอมแพ้ว่าจะไป แต่กลับมาถามชื่อเขาซึ่งได้ชื่อว่าเป็นคนแปลกหน้านัยน์ตาสีท้องฟ้าจ้องกลับไปที่ เจ้าของเรือนผมสีชมพูอ่อนตรงหน้า คนตรงหน้าทำหน้าบึ้งก่อนเอ่ยเสียงแข็งจนคนฟังต้องจำยอมอยู่ในอำนาจ

ฉันถามว่าเธอชื่ออะไร!!
อิลเล็กทิส ราอูล เดอะ วิซาร์ด ออฟ เมริลิน
ฉัน ออโรล่า เรียกโรล่าเฉยๆก็ได้ เท่านี้เราก็ไม่ใช่คนแปลกหน้ากันแล้วนะ
ไม่เฮ้ย!

ช่อดอกไม้ถูกสานเป็นวง ดั่งมงกุฎแห่งกษัตรย์ ถูกสวมลงบนหัวเจ้าของเรือนผมสีเทาทันที

นี่ให้ อิลเล็กทีส เรามาเป็นเพื่อนกันนะ

มือน้อยๆของเด็กญส่งให้เด็กชาย พร้อมกับรอยยิ้ม ทำให้เด็กชายต้องใจอ่อนยอมเล่นด้วยจนได้

ขอบใจ..

คำกล่าวสั้นๆพร้อมกับมือยืนออกไปตมาคำเชิญชวน ยิ่งทำให้สาวน้อยตรงยิ้มกว้างยิ่งขึ้น ทว่าหัวใจของชายหนุ่มเต้นไม่เป็นจังหวะไปกับรอยยิ้มนั้น
เรามาเล่นกันนะ
อืม ก็ได้


ช่วงเวลาที่แสนสุขระหว่างเด็กทั้งสองช่างผ่านไปเร็วยิ่งนัก หัวใจทั้งสองดวงของเด็กชายเจ้าของเรือนผมสีเทา กับ เด็กญ เจ้าของเรือนผมสีชมพูอ่อนเริ่มผูกพันกันโดยหารู้ไม่ว่าความผูกพันนี้คือความรัก ทั้งสองหารู้ไม่ว่าการลาจากเริ่มใกล้เข้ามาแล้ว

ออโรล่า
หือ
เธอเป็นใครกันแน่

คำถามถูกส่งไปให้ เด็กสาวตรงหน้าที่บัดนี้กำลังเอาดอกไม้สีส้มสดมาทัดหู
แล้วเธอคิดว่า ฉันเป็นใครกันละ

คำถามถูกส่งกลับไปที่คนถามซึ่งเปลี่ยนสถานะเป็นคนถูกถามเสียแล้ว เด็กชายนิ่งเงียบ กับคำถามนั้น
.
ก็ได้ๆๆ แม่ฉันเป็นนางไม้ ส่วน พ่อฉันเป็น มนุษย์นี่แหละ
งั้นเธอก็เป็นครึ่งนางไม้น่ะลิ

เด็กสาวพยักหน้าแทนคำตอบ แต่ใบหน้าเด็กชาย บัดนี้แสดงออกถึงความเศร้าหมอง เขาไม่อยากจากเธอไป แต่เวลาแห่งการจากลาใกล้เขามาถึงแล้ว เด็กชายจึงเข้าเรอื่งที่เขาอยากจะพูด

ถ้าฉันทำได้ ฉันอยากจะหยุดเวลานี้ไว้ตลอดไป



edit @ 2006/08/29 00:09:25

(Illextis&Aurora :: รักหวานๆของเจ้าหญิงตัวน้อย)

ใบหน้าเด็กชาย บัดนี้แสดงออกถึงความเศร้าหมอง เขาไม่อยากจากเธอไป แต่เวลาแห่งการจากลาใกล้เขามาถึงแล้ว เด็กชายจึงเข้าเรอื่งที่เขาอยากจะพูด

ถ้าฉันทำได้ ฉันอยากจะหยุดเวลานี้ไว้ตลอดไป
ทำไมละ

เสียงหวานถามอีก ก่อนจะเอ่ยประโยคต่อที่คนฟังแทบหงายหลัง

ไม่เอานะ! ถ้าถูกหยุดเวลา ฉันก็ไม่สามารถโตขึ้นแล้วเป็นเจ้าสาวของ อิลเล็กทิส ได้น่ะสิ
โป๊ก!

แต่คนฟังหาได้หงายหลัง แต่กลับอย่างเอาหน้ามุดดิน จึงก้มไปข้างหน้าแรงและเร็วเกินไปจนหน้าผากกระทบกับพื้นดินเข้าอย่างจังเพื่อปกปิดความอาย ออโรล่าหัวเราะกับการกระทำของเด็กชาย ก่อนที่เจ้าของเรือนผมสีเทาจะลุกขึ้นมาพร้อมส่งสายตาดุ

ถ้าเธอเป็น มนุษย์ ฉันก็อาจรักเธอได้
ทำไมละ
เพราะนางไม้ไม่สามารถอยู่กับมนุษย์ แต่อยู่ในป่านั่น เด็กชายเอ่ยพร้อมชี้นิ้วทิศทางที่คาดว่าน่าจะเป็นป่า
แต่แม่ฉันก็ยังอยู่กับพ่อของฉันได้เลย ฉันก็ด้วย!
แต่เธอเป็น ครึ่ง

ก่อนเด็กชายจะได้พูดจบ เรียวปากน่ารักก็เถียงกลับอย่างนึกสนุก

แต่ก็เป็นนางไม้นะ!!
ก็ได้เธอชนะ!

เด็กชายพูดน้อยแต่ช่างคิด ขี้เกียจเถียงต่อ แต่เด็กชายช่างคิดก็ยังอดสงสัยไม่ได้ และคิดจะเก็บคำถามนี้ไปถามผู้เป็นพ่อ
เคยมีนางไม้อยู่กับมนุษย์ ด้วยหรอ ท่านพ่อ?

เธอรู้ใช่ไหมว่าวันราชสมภพเจ้าชายอลันเนสจะจัดขึ้นในเย็นวันนี้ และฉันจะต้องกลับเพราะฉันไม่ใช่คนของโฮมอส
รู้ฉันรู้ เด็กสาวเอ่ยเสียงหงอย
ฉันถึงอยากหยุดเวลาไง จะได้เล่นกับ

ริมฝีปากได้รูปของเด็กชายถูกปิดด้วยมือของเด็กหญิงเป็นเชิงว่าห้ามพูดอะไรต่อ

แต่ถึงจากกันฉันก็มั่นใจว่า เธอจะต้องหาฉันพบจริงไหม อิลเล็กทิส

เสียงหวานของเด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีชมพูอ่อน เอ่ยพร้อมหยดน้ำตาเม็ดเล็กๆร่วงลงมาจาดวงตาคู่งาม ก่อนเอ่ยเสียงสั่น
สัญญา ซิ

บัดนี้สติการหักห้ามใจของเด็กชายได้พังทลายลงโดยสิ้นเชิง เหมือนเขื่อนที่ไม่อาจจะต้านน้ำหลากยามฤดูฝน เด็กชายรีบคว้าร่างที่เล็กกว่าเข้ามาในอ้อมกอด เมื่อเห็น ดวงตาของเด็กสาวแดงก่ำหัวใจของเขาก็แทบอยากจะแตกสลายไปกับเธอ เด็กสาวหาได้ขันขืน ปล่อยตัวให้ไปตามแรงกอดของคนตรงหน้าพร้อมกับ น้ำตาที่ไหลออกมาหนักยิ่งขึ้น

อย่าร้องไห้ ออโรล่า! เด็กชายพูดเสียงสั่น เกือบจะร้องด้วยเหมือนกัน
อิล..อึก..อิลเล็กทิส..
เด็กชายคลายอ้อมกอดลงเล็กน้อย จ้องเข้าไปในนัยน์ตาสีทับทิมคู่งามนั้นอย่างจริงจังทว่า เด็กสาวตรงหน้าก็ยังไม่หยุดสะอื้น ดวงตาคู่งามบัดนี้เต็มไปด้วยรอยน้ำตาแห่งความเศร้าหมอง

เรียกฉันว่า อิลก็ได้
อิลอิล.. ฉันมีของจะ..ให้
เด็กสาวเอ่ยเสียงแผ่วพยามหยุดทัพน้ำตาที่ไหลอย่างเจิ่งนองบนใบหน้า พร้อมแบกมืออกให้เด็กชายดู เด็กชายก็ก้มลงมองแต่โดยดี สิ่งที่เห็นนั้นคือ สร้อยคอเงิน ห้อยจี้รูปไข่ สีแปลกประหลาด

ฉันจะซื้อให้พี่ชายกับฉันคนละอันจะได้เป็นของคู่กัน แต่ว่า มีอีกชิ้นเป็นแหวน เลยให้แหวนพี่ชาย และให้สร้อยกับอิลดีกว่า
พี่ชาย เธอ?
อืม นี่ไงของฉัน

เด็กสาวแบมืออีกข้างเผยให้เห็นสร้อยสีเงินเหมือนกันเพียงแต่สั้นกว่าและมีจี้รูป แท่งเหล็ก ห้อยอยู่ แต่สีนั้น ประหลาดเหมอืนสีจี้รูปไข่ที่จะให้ อิลเล็กทิส

ก็ อิลจะได้ตามหาฉันเจอ

พูดจบ เด็กสาวก็ผละออกจากอ้อมแขนคนตรงหน้า วิ่งตรงไปทางราชวังอันโอ้อ่าของราชวงศ์ ฮอกเฟร์ เด็กชายมองดวงใจของเขาวิ่งไปจนลับตาพร้อมกับทรุดลงนั่งอย่างเข่าอ่อนเมื่อ นางอันเป็นที่รักจากไป

ลาก่อน.ออโรล่า ที่รัก

พร้อมเฝ้าคิดถึงวันที่จะได้เจอเธออีกครั้งเพื่อนจะบอกความในใจนี้ 



edit @ 2006/08/29 00:05:26



Juja&&P'Aom+
View full profile